วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559

" วัดพระธรรมกาย " ในมุมที่ผมรู้จัก จากเลขาสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย

ข้อความนี้อาจจะยาวสักหน่อย แต่อยากให้อ่านจนจบ โดยเฉพาะเรื่องราวในตอนจบ จะมีความสำคัญพอสมควร แต่ก็ต้องอ่านตอนแรกด้วยเพราะสำคัญไม่แพ้กัน

ต้องบอกก่อน ว่า ผมผ่านการปฏิบัติธรรมมาทั้งสิ้น 8 ปี
ใน 3 ปีแรกเป็นลูกศิษย์สายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(แต่บุญผมน้อยที่ไม่ได้ฝึกกับหลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ใน 5 ปีหลังมานี่ ผมฝึกตามสายหลวงปู่มั่น สายวัดป่า และอยู่ป่าเขาดงดอน มาโดยตลอด




ผมไม่เคยฝึกการปฏิบัติตามแนวของธรรมกายเลยแม้แต่นิดเดียว
จึงไม่อาจทราบได้ว่า แนวของธรรมกายนั้นดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด แต่ประการใด

คนจำนวนมากต่างวิพาก โจมตีว่า วัดธรรมกาย สอนผิด
ตอนแรกผมเองก็เคลิ่มหลงเชื่อตามกระแสสังคมกับเขาเหมือนกัน ว่า เป็นเช่นนั้น

ต่อมา ผมผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับพระในพระพุทธศาสนาที่ถูกโจมตีจำนวนหลายรูป และเมื่อศึกษากับตัวท่านอย่างใกล้ชิดแล้ว มันกลับไม่ได้เป็นตามที่กระแสสังคมชอบยัดเยียดให้กับท่าน

ตัวอย่างเช่น
หลวงพ่อปราโมชช์ ปราโมชโช แห่งสวนสันติธรรม ที่ผมไปหลงเชื่อกระแสข่าวในช่วงแรก จึงไม่สนใจคำสอนของท่าน ทำให้ผมเกือบพลาดสิ่งดีที่สุดในชีวิตผมไป

ท่านวีรธู แห่งพม่า พระที่คนไทย และสังคมโลก พยายามยัดเยียดให้ว่าท่านคือพระหัวรุนแรง ซึ่งแรกๆ ผมก็เชื่อ แต่เมื่อได้รู้จักกับท่านจริงๆ แล้ว ศึกษาของจริงแล้ว มันกลับเป็นเรื่องที่ตรงกันข้าม
สององค์นี้เป็นต้น

ย้อนกลับมาที่ธรรมกาย เมื่อผมได้มีประสบการณ์เช่นนี้ กับพระหลายรูปที่ถูกสังคมเล่นงาน แล้วของจริงก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ผมจึงค่อยๆ มาพิจารณาด้วยตนเอง

ข้อคิดและคำถามสำหรับตัวผมเองที่ได้ จากการตั้งสติ คือ ในเมื่อสังคมโจมตี ท่านธัมมชโย อย่างมากมายในทางเสียหาย ต่างๆนานา แต่

1. ทำไม ลูกศิษย์จึงยังแน่นวัด
2. ทำไม ลูกศิษย์ท่านแต่ละคน ไม่ใช่คนโง่ที่จะให้ใครหลอกง่าย
3. ทำไม ลูกศิษย์ท่านจำนวนมาก เป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม
4. ทำไม ตอนนี้ลูกศิษย์ท่าน จึงยอมสละงาน สละเวลา
สละหน้าที่ส่วนตัว
5. ทำไม ตอนนี้ลูกศิษย์ท่าน จึงเอาชีวิตมาเป็นเดิมพัน
มาปกป้องท่าน
6. ทำไม ลูกศิษย์จึงไม่ใช่ความรุนแรง กลับเลือกที่จะสวดมนต์แทน

ทำไมละลูกศิษย์ท่านแต่ละคนล้วนมีการศึกษาสูง และเป็นคนฉลาด ในเมื่อสังคมล้วนโจมตีท่านเช่นนั้นอย่างหนักหน่วง ทำไมเขาจะไม่คิดเองได้ ทำไมเขาจะไม่ศึกษาเองได้เพราะอยู่ใกล้ชิด

สิ่งที่แหละที่น่าคิด และสังคมกลับละเลย

ผมเองก็ไม่ขอยืนยันเรื่องที่ท่านผิดหรือถูก ทั้งเรื่องคำสอน
และเรื่องกฏหมาย เพราะ
1. ผมไม่เคยศึกษาแนวทางและไม่เคยปฏิบัติในแนวทาง
ธรรมกายเลย
2. ผมไม่เคยเข้าวัดธรรมกายเลยนอกจากขับรถผ่าน
3. ผมไม่ใช่นักกฏหมาย

ทั้ง 3 ข้อนี้ทำให้ผมได้ข้อคิดว่า ผมเองไม่ควรตัดสินว่า ท่านธัมชโย ผิดหรือถูก ตามกระแสของสังคม

อีกเรื่องที่สำคัญ  ที่ผมจะไม่นำมาพูดก็ไม่ได้  เพื่อให้สังคมฉุกคิดตามผมบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งมันมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันอยู่พอสมควร แต่สังคมไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ผมเองรู้เรื่องเพราะลงไปสัมผัสเรื่องนี้ด้วยตนเอง

คือ " พระที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ "

                            

ถ้าหลายท่านได้ศึกษา และลงไปสัมผัสกับพระที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ผมเชื่อว่า ชาวพุทธจำนวนมาก จะต้องหลั่งน้ำตา ให้กับพระใน 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างนอน

1. ท่านโดนคนฆ่าท่านจำนวนหลายรูปแล้ว
2. ขณะบิณฑบาต ท่านโดนคนมาถ่มน้ำลายใส่ท่านบ้าง เอาก้อนหินปาใส่ศรีษะท่านบ้าง ด่าท่านว่าไอ้โล้นขอทานบ้าง

แต่พระท่านเหล่านี้ ไม่เคยหนี และไม่คิดจะหนี  ท่านอดทนต่อสิ่งเหล่านี้ ผมไปถามท่านด้วยตนเองที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่าทำไมท่านไม่หนี และจะมีเหตุผลใดที่ท่านจะหนี  ผมได้รับคำตอบ ที่ทำให้จุกอกจนแทบจะกลั่นน้ำตาไม่ไหวเลยทีเดียว ว่า

1.ท่านเกิดที่นี่
2.ท่านจะยึดมั่นในพระพุทธศาสนาจึงจะไม่ตอบโต้ผู้ที่เล่นงานในรูปแบบใดๆ
3.หากต้องหนี หมายถึง พุทธสิ้นจากดินแดน 3 จังหวัดนี้อย่างสิ้นเชิงจริงๆ    แล้วเมื่อนั้น พระท่านจะเป็นกลุ่มบุคคลสุดท้าย หากมีชีวิตรอด ท่านจึงจะยอม อบยพ หลบหนี เป็นกลุ่มสุดท้าย

ผมจึงแทบจะกลั้นน้ำตา แห่งความเสียสละของท่านแทบจะไม่ไหว

ผมย้อนถามพระท่าน ว่า แล้วทุกวันนี้ท่านดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร ในสถานการณ์เช่นนี้  มีใครมาช่วยท่านบ้าง

คำตอบที่ผมได้รับ  กลับเป็นสิ่งที่ผมซึ่งเป็นชาวพุทธ ไม่เคยรับรู้ ไม่เคยรับทราบมาก่อนเลยในชีวิต  และสื่อต่างๆ ไม่เคยนำเสนอออกข่าว ไม่เคยคิดจะเผยแพร่ความจริงเรื่องนี้ให้สังคมได้รับทราบเรื่องนี้เลย  นั่นคือ

" ธรรมกาย "

ธรรมกาย ช่วยเหลือพระใน 3 จังหวัดขายแดนใต้มานาน
ช่วยด้านไหนบ้างละ ที่ทราบ มี 2 ข้อ คือ

1.ธรรมกายส่งเงินมาให้พระท่านจับจ่ายใช้สอยทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ดังนั้นใครบริจาคเงินให้วัดธรรมกาย ขอให้ท่านภูมิใจอย่างหนึ่งได้เลยว่า เงินเหล่านั้นส่วนหนึ่งถูกส่งมาช่วยพระใน 3 จังหวัดชายแดนใต้)
2.ธรรมกายส่งข้าวสารอาหารแห้งที่พระท่านบิณฑบาตแล้วเหลือ ของเหล่านี้ได้ถูกส่งให้พระทั่วทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้


         

ขณะนี้พระใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ อาศัยศรัทธาที่ชาวพุทธมีต่อวัดธรรมกาย ทำบุญให้วัดธรรมกาย และท่านก็ได้ส่งทั้งเงินและข้าวสารอาหารแห้งมาช่วยพระทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้นี้มาโดยตลอด
(ที่ผมกล่าวมานี้ไม่ได้หมายความว่า มีเฉพาะธรรมกายเท่านั้นที่ให้การช่วยเหลือพระใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะยังมีส่วนจากรัฐและคณะสงฆ์ช่วยด้วย  เพียงแต่วัดธรรมกายเป็นกำลังหลักในการช่วยอย่างมาก)

ผมถามพระท่านว่า  ธรรมกายช่วยมานานหรือยัง   ท่านตอบว่า  ช่วยมานานมากหลายปีแล้ว  เรียกว่าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ แล้วพระถูกรังแก ถูกเล่นงานจนพระจำนวนมากไม่สามารถบิณฑบาตได้  ก็ได้ธรรมกายนี้แหละเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยในสถานการณ์นี้

ที่สำคัญ จากเงินที่ธรรมกายให้การช่วยเหลือมาโดยตลอด และข้าวสารอาหารแห้งที่วัดธรรมกายส่งมาให้  ทำให้พระท่าน ทำงานได้หลายด้านมากขึ้น นั่นคือ
1.สามารถมีเงินและอาหารในการดำรงชีวิต
2.นำเอาข้าวสารอาหารแห้งเหล่านี้ไปช่วยแจกจ่ายให้คนพุทธและมุสลิมในพื้นที่ใกล้ๆวัด เมื่อเขาตกยากลำบาก

โดยเฉพาะข้อ 2 นี้ เมื่อท่านทำสังคมสงเคราะห์เช่นนี้แล้วก็ได้รับผล คือ คนเหล่านี้ทั้งชาวพุทธและมุสลิม  เป็นเกราะกำบังให้ท่าน ให้พระท่านสามารถดำรงอยู่เพื่อรักษาพระพุทธศาสนาให้อยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้นานขึ้นและลำบากน้อยลงกว่าที่ควรเป็น

เมื่อผมทราบ  ผมตกใจ  ว่า  ธรรมกายทำเรื่องดีมากๆ เหล่านี้  ทำไมชาวพุทธไม่ทราบ ซึ่งผมเองก็ไม่เคยทราบมาก่อนเลย

ทำไมเรื่องดีๆ น่าสรรเสริญ เช่นนั้น กลับถูกปิดเป็นความลับ

แต่พระท่านบอกผมอีกว่า  เรื่องธรรมกาย อาจเป็นเรื่องที่ชาวพุทธและคนไทยในพื้นที่อื่นๆไม่ทราบ

แต่คนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ทั้งพุทธและมุสลิม เขาทราบกันดี แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม ที่สำคัญ กลุ่มที่ก่อความไม่สงบที่ประสงค์จะเล่นงานพระเขาทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี

นี่แหละคือสิ่งที่ผมกำลังตั้งข้อสงสัย คือสิ่งที่ผมชวนคนให้ฉุกคิด ว่า

ถ้าโค่นธรรมกาย  สำเร็จ  แล้วพระใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ท่านจะทำอย่างไร ละ

1.พุทธจะไม่สิ้นไปจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้เร็วขึ้นอีกรึ เพระพระท่านจะได้รับการช่วยเหลือด้านการเงินจากใครละ
2.พระท่านก็จะไม่ได้รับข้าวสารอาหารแห่งจากธรรมกายอีกต่อแล้วท่านจะทำสังคมสงเคราะห์ให้คนรอบๆ วัดมาเป็นเกราะคุ้มกันภัยได้อย่างไรเล่า

รึ การโค่นธรรมกายนี้  มีใครอื่นที่ประสงค์จะขับไล่พระและชาวพุทธให้สิ้นไปจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ มาร่วมในขบวนการนี้ด้วยหรือเปล่าหนอ

อืม  น่าสงสัย น่าฉุกคิดนะ

ฝากให้คนชาวพุทธช่วยคิดตาม และฉุกคิดกันบ้าง ในแต่ละเรื่องที่ผมกล่าวไป

แต่ระวัง ถ้าท่านฉุกคิด แล้วคิดออกมาเป็นเสียงดังๆ  ก็อาจจะมีคนมาบอกว่าท่าน คือธรรมกายบ้าง หรือ รับเงินจากธรรมกายบ้าง  ซึ่งท่านก็คงต้องทำใจ รอการกล่าวหาได้เลย เพราะกลุ่มคนเหล่านี้  คงไม่ต้องการให้สังคมฉุกคิด

ดังนั้น จึงต้องทำลายความน่าเชื่อถือโดยเร็วว่า ท่านเป็นธรรมกายบ้าง หรือ รับเงินธรรมกายบ้าง  แต่คนจะมาบอกแก่สังคมนั้น ขอให้คิดว่า การทำงานนี้  คือ ช่วยพระพุทธศาสนาในอีกด้านหนึ่ง มุมหนึ่ง แม้จะโดนเล่นงานบ้างก็คงต้องยอม 

แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้คือ จะช่วยปกป้องพระพุทธศาสนาไว้ได้ไม่มากก็น้อย และเราก็จะได้บารมีไปด้วย เพราะการไม่หลงชื่อกระแสสังคม ที่พยายามสร้างเรื่องให้เป็นผลลบต่อพระพุทธศาสนาอย่างเป็นกระบวนการอย่างหนักหน่วงในยุคนี้

วันนี้ชาวพุทธต้องช่วยกันครับ

ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคิดเลยครับ ว่าใครจะเป็นพุทธนิกายอะไร นับถือสำนักไหน  วางเรื่องเหล่านี้ไว้ก่อนเถิดครับ ภัยพระพุทธศาสนามันรุนแรงจริงๆ  ขอให้ทุกท่านมาช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนาร่วมกันก่อน

และให้คิดเหมือนๆ กันว่า   ใครจะนับถือพุทธนิกายไหนก็ช่าง ใครจะยึดสำนักไหนก็ช่าง  นาทีนี้  ขอให้ไหว้พระพุทธเจ้าองค์เดียวกันก็พอ

และถ้าใครไหว้พระพุทธเจ้าองค์เดียวกันแล้ว ตอนนี้ให้ถือว่าเป็นพวกเดียวกันนั้น

ส่วนเรื่องที่ไม่พอใจอะไรกัน วางไว้ก่อน ช่วยพระพุทธศาสนาในภาพรวมก่อน ขอให้วางเรื่องทะเลาะกันก่อน  เมื่อปกป้องพระพุทธศาสนาได้แล้ว ค่อยกลับมาทะเลาะกันต่อ
ตอนนี้เรามีหน้าที่ต้องรักษาพระพุทธศาสนาไว้ก่อน ไม่ใช่จะมาทะเลาะกัน

ผนึกกำลังชาวพุทธ  หยุดภัยคุกคาม

We Are Buddhists
พวกเราคือชาวพุทธ

นายกรณ์  มีดี
เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย
นายกสมาคมทางสายกลาง
15 ธ.ค. 2559

#ธรรมกาย
#วัดพระธรรมกาย

แชร์ไปยาวๆครับ
Cr.USdhamma

https://www.facebook.com/Mr.Korn.Meedee/posts/712300422262383

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หลวงพ่อธัมมชโย ถูกวางยาพิษ!!!

ดิฉันขอเป็นพยานว่าหลวงพ่อโดนยาพิษค่ะ

ช่วงทีหลวงพ่อธัมมชโยป่วย ปี 2542  ดิฉันเป็นคนพาหมอแมะไปรักษาท่าน 
ตอนนั้นท่านป่วยด้วยหลอดเสียงอักเสบบวม  และปอดร้อน (คือตามแพทย์จีน ร้อนคืออักเสบ )
  แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมเชื่อว่าท่านป่วยจริง ทางวัดเลยตัดสินใจ
ให้ท่านไปตรวจที่ รพ.แห่งหนึ่งเพื่อพิสูจน์ว่าท่านป่วยจริง
 เข้า รพ. ก็มีสิ่งผิดปกติ จึงรีบพาท่านกลับวัดวันนั้น  
กลับวัดคืนนั้น ท่านอาเจียนเป็นเลือดหลายครั้ง เป็นกระโถนเลย

 เช้ารุ่งขึ้น ผู้ประสานงานที่วัด (สมมุติชื่อ b ) ได้โทรมาหาดิฉันตอนตี 5 
b บอกว่า   พี่ เมื่อคืนหลวงพ่ออาเจียนเป็นเลือดเต็มกระโถนเลย 
ดิฉันตกใจว่า ทำไม ไม่โทรมาตั้งแต่เมื่อคืน จะได้รีบพาหมอไป  
b บอกว่า หลวงพ่อเกรงใจ

 ดูน้ำใจที่มีเมตตาและคุณธรรมในตัวของหลวงพ่อสิคะ  
ขนาดท่านป่วยหนัก มาก ท่านยังเกรงใจ ทั้งๆที่ดิฉันก็เข้าวัดมานาน 
ท่านก็ทราบว่า ดิฉันเคารพศรัทธาในตัวท่านมาก 
ถ้ารู้ว่าท่านป่วยดึกดื่นแค่ไหนก็จะไปเอายามาถวายท่าน 
แต่ท่านก็ยังเกรงใจลูกศิษย์

  เช้านั้นหมอแมะแล้ว ก็พูดอย่างมั่นใจว่า ไม่เป็นไร 
หมอมีสูตรยาจีนของอาจารย์ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน  
ทานห่อเดียวสามารถหยุดเลือดได้ทันที หลังจากหลวงพ่อฉันยา 
และไม่อาเจียนเป็นเลือดแล้ว 

การรักษาต่อมา  ทุกเช้าจะถามหลวงพ่อว่า ถ่ายสีอะไร  เมื่อวานนี้ถ่ายกี่ครั้ง
(ท่านจะถ่ายเป็นสีดำ และถ่ายวันละหลายๆครั้ง ) 
และถามท่านว่า ยิ่งถ่ายก็ยิ่งรู้สึกสบายใช่ไหม ท่านว่าใช่

  หมอบอกว่า หลวงพ่อโดนพิษ  
ยาที่ให้ท่านมาหลายวัน  คือยาขับพิษ 

ท่านยิ่งถ่ายก็ยิ่งรู้สึกดีขึ้น   (ซึ่งปกติคนยิ่งถ่ายวันละหลายครั้งติดต่อหลายวันก็ต้องเพลียหรือไม่สบาย)
***  หลังจากนั้น หมอได้นำเสมหะของหลวงพ่อฝากเพื่อนที่จะไปเมืองจีน 
ส่งให้เพื่อนหมอที่รพ.ใหญ่ของจีนตรวจวิเคราะห์   ผลคือแพทย์ที่นั่นบอกมาว่า  หมอไทยให้สารชนิดนี้กับคนไข้ได้อย่างไร เพราะจะทำให้เลือดออกจากอวัยวะภายใน ตายได้

***      สิ่งที่ผิดสังเกต คือ น้ำเกลือ      ***
เพราะตอนอยู่รพ.  หลวงพ่อต้องรอถุงน้ำเกลือ 
นานกว่า 3 ชั่วโมง   แปลกไหมคะ
หลังจากนั้นก็รักษาท่านที่วัด  แต่ สิ่งที่ท่านมักบอกหมอหลายๆครั้งว่า 
ท่านปวดสะโพกแถวๆต้นขา  ซึ่งท่านเริ่มมีอาการนี้หลังกลับจาก รพ. สักพัก
 ซึ่ง คาดว่า  นี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นเลือดดำอุดตันที่ขาท่าน
   LW ลูกหลวงพ่อ 2528
หมายเหตุ  แพทย์แผนปัจจุบัน ได้ให้ความเเห็นกรณีนี้ว่า การให้สารต่างๆทางสายน้ำเกลือจะเข้าสู่กระแสเลือดทันทีและส่งผลต่ออวัยวะต่างๆอย่างรวดเร็ว

    ภาวะเลือดออกจากอวัยวะภายในพบได้ในคนที่มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือ "ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด"

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

แฉ ความแปลก ที่เกิดขึ้นกับคดีหลวงพ่อ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลวงพ่อที่ผ่านมาเร็วๆนี้ ที่ทุกคนต้องรู้เท่าทัน

ห่วงเรื่อง DSI ทำผิดขั้นตอนดีกว่า ทำไม...

- คดีใหม่นี้ (คดี 27/2559) ที่ทาง DSI ใช้อำนาจตั้งคดีขึ้นมาเอง 
(โดยมีคนที่ฟ้องคือคนที่เคยฟ้องคดี 63 ฉ้อโกงกับคุณาศุภชัยซะด้วย!)
โดยใช้มูลจากคดีเก่า (146/2556) ทั้งที่คดีเนี้ยย..ยังอยู่ในขั้นตอนสอบสวนของอัยการ..

งงใช่มะ ?

เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง...

เพราะว่าคดีที่ 146/2556 มันเป็นคดีที่ไม่สามารถออกหมายเรียก หรือหมายจับกับ พระธัมมชโยได้

เพราะคดีนั้นทางวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโยเป็นเพียงพยาน.. 

มันยังขาดหลักฐานที่ระบุเจตตนาว่าสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน รับของโจร (ซึ่งก็คงหาไม่ได้ในไปจนโลกอวสานนั่นแหละ เพราะพระไม่ได้ผิด)

... ทางอัยการจึงให้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม หากมีข้อมูลเพิ่มเติมแล้วชี้ว่าเจ้าอาวาสมีส่วนร่วมจริง นั้นจึงจะสามารถออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องหาในคดี 146/2556 ได้

แต่!!!

แทนที่ DSI จะไปหาหลักฐานเพิ่มมาเสริมให้คดี 146/2559 
...DSI ไม่ทำ!! 
(เพราะรู้ว่าทำไม่ได้ เพราะพระบริสุทธิ์จริง! ช่องทางการเงินทุกบาท ทุกสตางค์ชัดเจนตรวจสอบได้ 200% ทำยังไงก็ออกหมายเรียกไม่ได้!)

DSI จึงเลือกที่จะใช้อำนาจเปิดคดีใหม่และตั้งข้อหาให้พระเป็นผู้ต้องหาทันที! 

ข้อหานี้เรียกพระออกมาได้แน่นอน...

คืออออออออ?

โชคดีที่กฏหมายระบุชัดว่า 'กรรม ๆ เดียวจะฟ้องซ้ำไม่ได้' 

ทั้งหมดทั้งมวลจึงได้มาซึ่งขั้นตอนที่ไม่เป็นธรรมที่ DSI กระทำ...

รายละเอียดยังมีมากกว่านั้น ตรงนี้ต้องใช้วิจารณญานกันเองนะ..หึหึ

ทำไม DSI กลับคำเป็นว่าเล่น??

วันที่ 8 เมษาคือนัดแรกที่ DSI เรียกพระธัมมชโย แต่วัดพระธรรมกายขอเลื่อนนัดเป็น พฤษภา เนื่องจากกระชั้นชิดงานบุญในเดือนนั้นเกินไป

ทาง DSI ประชุมกันเสร็จบอกว่า

"ได้..เลื่อนได้" รับทราบทั่วกันว่าเลื่อนได้..

...ไม่กี่นาที กลับคำใหม่ บอก ..

"เลื่อนไม่ได้ให้แค่ 25 เมษา เลื่อนมากกว่านี้ไม่ได้ วันเดียวก็ไม่ได้" 

อะ! นี่ครั้งแรกนะ.. แถมยังบอกทนายวัดมาอีกว่า ... "คุณก็รู้ตอนนี้ DSI โดนบี้แค่ไหน"

??? ใครบี้เหรอ ???

ทำไมคณะ DSI ที่เป็นตาชั่งแห่งความยุติธรรมถึงพูดแบบนี้?

'มีมืดในเงามืดคอย จี้ บี้ ก้น DSI อยู่หรือ ?

แบบนี้เรื่องมันไปโป๊ะเช้ะกับเหตุการณ์ 'ห้องกระจก' ที่เจ้าคุณเบอร์ลินแฉไว้ไหม มันเป็นไปได้ไหม?

อะ พอมารอบ 2 (วันที่ 25) ทนายวัดไปแจ้งว่าหลวงพ่ออาพาธหนักหลังพิธี 22 เมษา

แพทย์ประจำตัว 4 คน ลงความเห็น
'งดปฏิบัติศาสนกิจ 15 วัน' เอาเรื่องไปยื่น DSI แรกเริ่มทาง DSI ประชุมเสร็จ..แจ้งกลับมาที่ทนายว่า...

"ได้"

โอเค ทนายวัดเดินทางกลับ

แต่...

พอหลังจากนั้น 2 ชั่วโมง DSI โทรมามาแจ้งใหม่ เป็น ..

"ไม่ได้ ต้องออกหมายจับ"

คืออออออ?

คำถาม???

'เวลา 2 ชั่วโมงที่หายไป DSI โดนใครบี้???' (อีกแล้ว)

ลอง ปะ-ติด-ปะ-ต่อ ดูแล้วมันเหมือนกับว่า..ที่ DSI เพิ่มคดีใหม่ขึ้นมา (? ? มีคนสั่งให้ทำ..? ?)

" เ พ ร า ะ ต้ อ ง ก า ร ใ ห้ ห ล ว ง 
พ่ อ . . . อ อ ก ม า น อ ก วั ด ใ ช่ ห รื อ 
ไ ม่ ? ? ? "

ในเมื่อต้นทางของคดีมันมีที่มาที่ไปที่น่าสงสัยขนาดนี้ DSI ..คุณอย่าหวังว่าลูกศิษย์เป็นแสน ๆ คนจะให้ท่านออกไปเลยครับ

' ไ ม่ มี ท า ง ! ! ! '

ที่พระป่วยอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะอะไรล่ะ!! ใครวางยาท่านล่ะ!! สอดอะไรไปในคอท่านล่ะ

คิดได้ก็คิด

คิดไม่ได้ก็โง่ต่อไป!!!!!

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

วัดพระธรรมกายปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

หลวงพ่อธัมมชโยทำความดีมาตลอดกว่า 50 ปี ด้วยใจบริสุทธิ์
กรณีมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี(หลวงพ่อธัมมชโย) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร วัดพระธรรมกายขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ตัวตนพระเทพญาณมหามุนี
พระเทพญาณมหามุนี  (หลวงพ่อธัมมชโย)   เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย  ปัจจุบันอายุ  72  ปี  ท่านเริ่มศึกษาธรรมะเมื่อปี  2506  ขณะเรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  โดยได้ไปปฏิบัติสมาธิภาวนากับคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์  ขนนกยูง  ศิษย์เอกของหลวงพ่อสด  วัดปากน้ำภาษีเจริญ



            เมื่อจบสวนกุหลาบ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์   มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ท่านเป็นผู้รักการปฏิบัติธรรมมาก  ไปปฏิบัติกับคุณยายอาจารย์ทุกวัน  ไม่เว้นเลยแม้แต่วันสอบไล่ปลายภาค
            เมื่อสำเร็จการศึกษาในปี  2512  จึงได้ตัดสินใจอุปสมบทตลอดชีวิต  เมื่อบวชได้เพียง  1 พรรษา  คุณหญิงประหยัด  แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี  มีจิตศรัทธาถวายที่ดินจำนวน  196  ไร่  ที่ตำบลคลองสาม  อำเภอคลองหลวง  จังหวัดปทุมธานี    หลวงพ่อธัมมชโยจึงได้นำหมู่คณะเริ่มบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่วันมาฆบูชา  ปี 2513 
วัดได้เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ  มีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมในวันสำคัญคราวละหลายหมื่นคน   จนพื้นที่ไม่พอรองรับ  ญาติโยมจึงได้รวบรวมปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่ม  ขยายมาเป็น 2,500 ไร่ ในปัจจุบัน

หลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพระเทพญาณมหามุนี
คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้  ทั้งทางดีทางร้าย  สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือการกระทำ  โดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า 50 ปี
เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ พระเทพญาณมหามุนีเป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน นั้นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน แต่ไม่อาจกล่าวหาว่าท่านมีเจตนาไม่สุจริต  เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต  ทำเพื่อหวังลาภสักการะ  จะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ  และก็ทำไม่ได้  ไม่ว่าจะเป็น


- การสร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ 1 ล้านคน  เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต  เจดีย์ วิหาร  ศาลา ศาสนสถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่สร้างขึ้นมาก็จะเป็นสมบัติของประเทศชาติและพระพุทธศาสนา  โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว 

- การสร้างพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา  ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนากว่า 4,000 รูป / คน ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วม คนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบๆปี ใครนิสัยเป็นอย่างไรก็จะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้  ชีวิตของใครใครก็รัก  จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น
เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้งทำได้ เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง
อุทิศตนช่วยเหลือสังคมมาตลอด
พระเทพญาณมหามุนีได้บริจาคเพื่อสาธารณะกุศลรวมมูลค่านับหมื่นล้านบาท อาทิ

-      ทอดผ้าป่าถวายคณะสงฆ์ 323 วัด ใน 4 จังหวัดภาคใต้เป็นประจำทุกเดือนมา 12 ปีแล้ว

-      ตั้งกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้เป็นประจำทุกเดือนกว่า 30,000 กองทุน

-      สนับสนุนอัฐบริขารและภัตตาหารแก่โครงการอุปสมบทหมู่ 100,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยเป็นประจำทุกปีๆละ 2 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหาวัดร้างและโครงการบรรพชาสามเณร 1 ล้านรูปเพื่อฟื้นฟูศีลธรรมแก่เยาวชนของชาติ


-      ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม พายุ สึนามิ

ถาม ตอบ กรณีคดีสหกรณ์

คำถาม - คำตอบเรื่องสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
๑.วัดพระธรรมกายมีส่วนเกี่ยวข้อง  ในกรณียักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ของนายศุภชัย ศรีศุภอักษรหรือไม่
ตอบ  วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกรณียักยอกเงินดังกล่าว 
เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ทางวัดได้สอบถามนายศุภชัยว่า เงินที่นำมาทำบุญมาจากไหน ได้รับคำตอบว่า กู้ยืมมาจากสหกรณ์ฯคลองจั่น และได้คืนแล้ว  
๒. ยอดเงินบริจาคมากถึงหลายร้อยล้านบาท ทำไมถึงไม่สงสัยบ้าง
ตอบ  นายศุภชัย ไม่ใช่ผู้ทำบุญมากที่สุดของวัด ยังมีผู้ทำบุญมากกว่านายศุภชัยอีกหลายท่าน ดังนั้น เมื่อเจ้าตัวมาทำบุญจำนวนมากและบอกว่าทำธุรกิจ ทำเหมืองหลายอย่าง  ได้ผลกำไรดีมากจึงมาทำบุญ ทางวัดจึงไม่ได้สงสัยอะไร
๓. พระเทพญาณมหามุนี และวัดพระธรรมกายนำเงินทำบุญนี้ไปทำอะไร
ตอบ     นำไปใช้ก่อสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาค เนื่องจากมีประชาชนมาปฏิบัติธรรมที่วัดจำนวนมาก คราวละนับล้านคนในงานบุญใหญ่  จึงจำเป็นต้องมีศาสนสถานขนาดใหญ่รองรับ
๔. เพราะเหตุผลใด ทางวัดพระธรรมกายจึงคืนเงินบริจาค จำนวน ๖๘๔ ล้านบาทให้แก่ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ?
ตอบ  ทางวัดได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต  และนำเงินบริจาคไปสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาคหมดแล้ว ทางวัดไม่สามารถนำเงินของผู้บริจาครายอื่นในวัตถุประสงค์อื่นมาคืนให้แก่สหกรณ์ฯได้
เมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น ทางคณะศิษย์ของวัดพระธรรมกายเห็นว่า  หากมีการต่อสู้คดีกันต่อไปก็จะกินเวลานาน และเกิดความเสียหายทั้งต่อชื่อเสียงของวัด พระเทพญาณมหามุนีและต่อประชาชนผู้ฝากเงินที่เดือดร้อน  จึงได้ตั้งกองทุนรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนแก่สมาชิกผู้ฝากเงินสหกรณ์ เต็มจำนวนที่นายศุภชัยบริจาคให้วัดและพระเทพญาณมหามุนี
๕. ขณะนี้ปัญหากับทางสหกรณ์ฯเป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ    ทางสหกรณ์ฯได้มีหนังสือขอบคุณมายังคณะศิษย์วัดพระธรรมกาย  ที่มีน้ำใจตั้งกองทุนช่วยเหลือเยียวยาแก่ทางสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ที่เดือดร้อนครบจำนวน  ทั้งที่ตามกฎหมายเมื่อเป็นการรับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต  และนำเงินไปก่อสร้างศาสนสถานซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะตามเจตนาของผู้บริจาค  ถือเป็นเรื่องไม่ผิดกฎหมาย 
ดังตัวอย่างที่คุณศุภชัยก็ได้นำเงินไปบริจาคให้แก่วัดและโรงเรียนอื่นๆ  อีกหลายแห่ง  ซึ่งก็ไม่ต้องคืนเงินแต่ประการใด
๖. ประชาชนทั่วไปมีการออกความเห็นว่าการบริจาค เงินให้แก่วัด ควรมีวิธีการที่โปร่งใสและเปิดเผย  มากกว่านี้ โดยควรระบุแหล่งที่มาของเงินนั้นๆ ด้วยในการบริจาค ทางวัดพระธรรมกายเห็นด้วยกับความคิดเห็นดังกล่าวนี้หรือไม่ อย่างไร ?
ตอบ   วัดหรือมูลนิธิหรือองค์กรสังคมสงเคราะห์ต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคการจะไปถามผู้บริจาคว่าเอาเงินจากไหน ในเชิงปฏิบัติจริงทำได้ยาก  เพราะจะเป็นการเสียมารยาทมาก เหมือนไปดูถูกผู้บริจาค

แต่ทางวัดเห็นด้วยกับหลักการความโปร่งใสในการบริจาคทาน โดยขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิดหาวิธีการที่ปฏิบัติได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

May day! May day! นี่เหรอเมืองพุทธ!


"การยินยอมทำตามเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เอาท่านไปตรวจอย่างไรไม่ทราบ เอาอะไรสอดเข้าไปในคอท่าน ใส่อะไรไปก็ไม่ทราบ กลับวัดมา ท่านก็อาเจียนเป็นเลือดเต็มอ่างล้างหน้า พูดไม่มีเสียงถึง 7 เดือน โรคต่างๆก็กำเริบ  แข้งขาก็บวม น้ำตาลเบาหวาน มาหมด จากหลวงพ่อที่แข็งแรง ก็กลายเป็นพระผู้เฒ่าที่โดนแดดโดนลมไม่ได้ หนาวสะท้าน อากาศแบบไหนก็ต้องห่มผ้า ห่อตัวตลอด "



May  day!  May  day!  นี่เหรอเมืองพุทธ!

อาตมา.  บวชมา 30 กว่าปี มาบวชตั้งแต่ถนนเป็นดิน มีแต่ท้องนา พระทั้งวัดมีแค่ สิบกว่าองค์อยู่เรียนรู้คำสอนพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความรักเคารพ ผ่านทางครูผู้สอน หนังสือคัมภีร์  พระไตรปิฎก ทบไปทวนมา ความเข้าใจในระดับคนทั่วไปมันก็รู้สึกไม่เหมือนเดิมในทุกปี เหมือนนักวิทยาศาตร์ที่ทดลองวัดผล ค้นคว้า มันก็ยิ่งมีความรู้ ความเชื่อในสิ่งที่กำลังทำมากขึ้น

สมาธิ ก็เช่นเดียวกัน ตั้งแต่บวชวันแรกก็เริ่มรู้จักการเจริญสมาธิ ภาวนา ได้อาศัยครูบาอาจารย์ ช่วยขัดเกลา  อบรมสั่งสอน ประคับประคอง  
  แม้ว่าสมาธิ จะเป็นเรื่องส่วนตัว ใครทำใครรู้ ใครทำใครได้ แต่ก็ต้องอาศัยการเรียนแนะนำจากครู อาจารย์  ถ้าใครบุญดี ก็จะพบเจออาจารย์ที่เราถูกจริต สามารถชี้แนะเราได้ ยอมตนเป็นศิษย์ อย่างหมดใจ เพราะท่านชี้ทางสว่างของชีวิตให้  

การอยู่ในวัดเดียวกัน กับครูอาจารย์ที่คอยเคี่ยวเข็ญ เราก็มองดูท่านเป็นแบบอย่าง ปฏิบัติตามที่ท่านทำที่ท่านสอน ศิษย์ของท่านมากมาย ท่านจึงอยู่ในสายตาของศิษย์ เกือบตลอดเวลา

วัดก็ขยายไปเรื่อยๆ คนก็มากขึ้นเรื่อยๆ เวลาของท่านที่ต้องแบ่งให้กับศิษย์ก็ต้องถูกแบ่งไปเรื่อยๆ   แต่เราก็ไม่เคยเห็นว่าข้อวัตรปฏิบัติของท่านจะลดลง กลับมุ่งเน้นเรื่องกรรมฐาน ธรรมปฏิบัติยิ่งๆขึ้น  

ท่านสร้างวัดนี้ วัดก็ขยายไปเจริญเติบโตไป  วันหนึ่งมีคนมาบอกว่าท่านโกงวัด  พวกเราก็เริ่มงง ว่าทั้งชีวิตหลวงพ่อสร้างวัด สร้างคน ทำนุบำรุงพระศาสนามาตลอด ตอนนี้โดนแกล้งด้วยคำว่า โกงวัด   ศิษย์ทั้งหมดก็แค่ขำๆกับคำกล่าวหาว่าไร้สาระ  

คนทำงานมาทั้งชีวิต สร้างบ้านเรือน ให้ลูกหลาน กลับโดยข้อหาโกงบ้าน  มีที่ไหน.งง

แต่ไร้สาระกลับไม่ไร้สาระ เพราะสิ่งที่เค้าว่าเป็นการเริ่มต้น การกลั่นแกล้งหลวงพ่อ ทำคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล เอาหน่วยงานรัฐมาพาหลวงพ่อไป พวกเราเชื่อมั่นในความดี ก็คิดว่าคนอื่นเค้าคงเห็นความดีของครูเราบ้าง 

แต่กลับเป็นว่า การยินยอมทำตามเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เอาท่านไปตรวจอย่างไรไม่ทราบ เอาอะไรสอดเข้าไปในคอท่าน ใส่อะไรไปก็ไม่ทราบ กลับวัดมา ท่านก็อาเจียนเป็นเลือดเต็มอ่างล้างหน้า พูดไม่มีเสียงถึงเจ็ดเดือน โรคต่างๆก็กำเริบ  แข้งขาก็บวม น้ำตาลเบาหวาน มาหมด จากหลวงพ่อที่แข็งแรง ก็กลายเป็นพระผู้เฒ่าที่โดนแดดโดนลมไม่ได้ หนาวสะท้าน อากาศแบบไหนก็ต้องห่มผ้า ห่อตัวตลอด 

แม้กระนั้น ท่านก็ให้ความร่วมมือกับภาครัฐทุกอย่าง ไปขึ้นศาลนั่งฟังเรื่องราวทุกสัปดาห์  7 ปี ไม่เคยขาดเลย  
ผลออกมาก็คือ ไม่มีอะไร ไม่มีผิด  เลิกๆกันไป  ก็ง่ายดี

ผ่านมา 17 ปี พวกเราก็เรียนรู้ได้ว่า 
หลวงพ่อเราก็เป็นแค่เหยื่อ   
เหยื่อของเรื่องราวทางการเมือง 
เอาวัด  เอาหลวงพ่อเราประวิงเวลา 
เบี่ยงเบนความสนใจ  หรือแค่ขายข่าว 

มาวันนี้วัฏฏจักรก็หมุนมาทับรอบเดิม  มาแนวเดิม จะมาพาหลวงพ่อไปอีก เรื่องก็เดิมๆ ไม่มีมุขใหม่ 

คราวนี้เราก็รู้แก่ใจว่า ถ้าหลวงพ่อเรายอมไปคราวนี้ คงไม่มีคราวหน้า ไม่มีวัด ไม่มีพวกเรา เพราะจะไม่เหลือหลวงพ่อของเรากลับมา  

ครั้งนี้จึงเป็นไงเป็นกัน เราไม่ได้เป็นเด็กดื้อ ไม่ได้อยู่นอกกฏหมาย เพียงแต่เราหมดความหวังในความยุติธรรมประเทศไทย หมดความศรัทธาในหน่วยงานต่างๆของรัฐ 

เราก็แค่หวังลมๆแล้งๆไปวันๆว่า ประเทศนี้จะเข้าสู่ความศิวิไล เทียมนานาอารยประเทศในวันอันใกล้ พอที่จะพาลมหายใจเราไปถึง

อะไรจะเกิดก็คงเกิด เกิดมาชาตินึงขอแทนคุณพระศาสนาครูบาอาจารย์

จึงเรียนมาเพื่อทราบ ณ โอกาสนี้
วิโร

  May  day
  1 พค 59

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559

หลวงพ่อไม่ได้รับความเป็นธรรม

เหตุผลที่หลวงพ่อธัมมชโยไม่ได้รับความเป็นธรรม
พระเทพญาณมหามุนีอุปสมบทมา ๔๗ พรรษา ทำความดีมาทั้งชีวิต ปัจจุบันอายุ ๗๒ ปีแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยแข็งแรง อยู่ในช่วงปลายของชีวิต  แต่ท่านกลับถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ซึ่งไม่เป็นธรรมกับท่านอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลดังนี้



๑.กรรมเดียวจะดำเนินคดีซ้ำซ้อนไม่ได้
เรื่องเกิดขึ้นเพราะนายศุภชัย  ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้ตกเป็นผู้ต้องหาฐานลักทรัพย์นายจ้าง  โดยได้จ่ายเช็คสหกรณ์ฯออกไปยังบุคคลและองค์กรต่างๆ จำนวน ๘๗๘ ฉบับ ซึ่งมีเช็คจำนวน ๑๐ ฉบับ ที่นายศุภชัยได้นำมาทำบุญบริจาคให้พระเทพญาณมหามุนี  
ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้เคยมาสอบปากคำเรื่องดังกล่าวกับพระเทพญาณมหามุนีแล้ว และได้ส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมดไปยังอัยการ ซึ่งทางอัยการได้พิจารณาแล้วไม่สั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี
แต่อยู่ๆ กลับมีการตั้งคดีใหม่ขึ้นมาในเรื่องเดิมที่ได้สอบสวนไปแล้ว  และตั้งข้อหาใหม่กับพระเทพญาณมหามุนีว่าสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร  เป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อน ขัดกับหลักกฎหมายที่ว่า “กรรมเดียวจะดำเนินคดีซ้ำซ้อนไม่ได้

๒.ข้อหารับของโจรและฟอกเงิน
ความผิดข้อหารับของโจรและฟอกเงินนั้น จะเกิดขึ้นได้เมื่อพระเทพญาณมหามุนีมีเจตนาทุจริตสมคบคิดร่วมมือกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร นำเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ออกมาเพื่อประโยชน์ของตนในทางทุจริต
แต่พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแย้งกับข้อสมมติฐานนี้โดยสิ้นเชิง เพราะพระเทพญาณมหามุนีรับบริจาคโดยเปิดเผยท่ามกลางประชาชนจำนวนเรือนหมื่นเรือนแสน ตัวท่านเองก็ไม่เคยเห็นเช็คเลย เจ้าหน้าที่การเงินเป็นผู้รวบรวมเงินสดและเช็คที่มีผู้บริจาคไปเข้าธนาคาร และจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างศาสนสถานรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของวัดตามเจตนาของผู้บริจาค ดังที่ได้เคยให้การไว้กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว

๓.เป็นไปไม่ได้ที่จะร่วมมือกระทำความผิด  โดยสั่งจ่ายเช็คในชื่อพระเทพญาณมหามุนี
หากพระเทพญาณมหามุนีมีเจตนาทุจริตสมคบร่วมมือกับนายศุภชัยฯนำเงินออกมาจากสหกรณ์ฯแล้ว ก็ย่อมจะต้องพยายามปิดบังซ่อนเร้นการกระทำผิดนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะร่วมมือกันกระทำความผิดโดยสั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์ฯในชื่อของพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายตามที่ปรากฏ เพราะหากมีการทุจริตนำเงินออกมาจากสหกรณ์ฯจำนวนมาก สุดท้ายสหกรณ์ก็จะต้องประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง อีกทั้งการสั่งจ่ายเงินด้วยเช็คของสหกรณ์ฯก็จะต้องมีปัญหาแน่นอน และสามารถตรวจสอบเส้นทางของเงินได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ผู้มีเจตนากระทำความผิดร่วมกันฟอกเงินหรือรับของโจรจะกระทำการจ่ายและรับเงินด้วยเช็คเช่นนั้น

๔.เงินที่นำมาบริจาคนำไปใช้ในการก่อสร้างตามเจตนาผู้บริจาคแล้ว
ยิ่งกว่านั้น ท่านไม่เคยเบิกเงินสดออกจากบัญชีของท่านเลยแม้แต่บาทเดียว เงินที่นายศุภชัยฯบริจาคด้วยเช็คสหกรณ์ฯ ได้โอนผ่านบัญชีไปจ่ายบริษัทก่อสร้าง ใช้ในการก่อสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาคหมดแล้ว ไม่ได้ใช้ไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของท่านเลย ซึ่งมีเส้นทางการเงินที่ตรวจสอบได้ชัดเจนจากผลการตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ง. และได้มอบหลักฐานให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว

๕.มีคำถามว่านายศุภชัยฯบริจาคเงินมากอย่างนี้ พระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายไม่สงสัยหรือว่านายศุภชัยนำเงินบริจาคมาจากที่ใด 
ความเป็นจริงคือนายศุภชัยฯได้บริจาคเงินให้กับวัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย หน่วยงานสาธารณกุศล และหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง ทั้งนายศุภชัยฯไม่ใช่ผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของวัดพระธรรมกาย เมื่อนายศุภชัยฯแจ้งว่าประกอบธุรกิจประสบความสำเร็จจึงนำเงินมาทำบุญ ทางวัดพระธรรมกายจึงไม่ได้สงสัยที่มาของเงินบริจาค จึงรับบริจาคไว้เช่นเดียวกับผู้บริจาครายอื่นๆ  
แต่เมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น นายศุภชัยฯได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เงินที่นำมาบริจาคทำบุญให้กับวัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนีนั้นยืมมาจากสหกรณ์ฯและได้ใช้เงินคืนสหกรณ์ฯครบถ้วนแล้ว

๖.ลูกศิษย์วัดตั้งกองทุนเยียวยา ช่วยสมาชิกสหกรณ์
เมื่อเกิดคดีความขึ้น ทางคณะศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนี เห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อไปจนกว่าจะจบการพิจารณาของศาลจะใช้เวลานาน ทำให้สมาชิกผู้ฝากเงินสหกรณ์ฯจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนีเสียชื่อเสียง จึงได้ตั้งกองทุนเยียวยาช่วยเหลือให้แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เต็มจำนวนเงินทั้งหมดที่นายศุภชัยฯได้บริจาคให้แก่วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี  โดยทำเป็นข้อตกลงในศาลจำนวนเงิน ๖๘๔.๗๘ ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์ฯได้รับเงินไปทั้งหมดแล้ว ส่วนเงินที่เหลืออีกจำนวน ๓๗๐.๗๘ ล้านบาท คณะศิษยานุศิษย์ฯได้ตกลงกับสหกรณ์ฯและมอบเช็คให้แก่สหกรณ์ฯได้รับไปเรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้นสหกรณ์ฯได้ถอนฟ้องพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกาย และ ทำหนังสือแสดงเจตจำนงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาแก่พระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายอีก รวมทั้งได้ทำหนังสือขอบคุณมายังคณะศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนีที่มีน้ำใจเยียวยาช่วยเหลือสหกรณ์ฯเต็มจำนวน
ดังนั้น  สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จึงไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ทางด้านการเงินจากเงินที่นายศุภชัยฯนำมาบริจาคให้แก่วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี
ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดี  ซ้ำยังมีหนังสือขอบคุณ แต่ทางดีเอสไอกลับพยายามตั้งข้อหาจะเอาความผิดกับท่าน  ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

๗.ทำไมพนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงเปลี่ยนคำพูด ?
เมื่อทางดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้พระเทพญาณมหามุนีไปพบพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙
ทนายความผู้รับมอบอำนาจของพระเทพญาณมหามุนี ได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนการมาพบพนักงานสอบสวน ด้วยเหตุอาพาธโดยมีใบรับรองแพทย์เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. 

หลังจากพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้ว ได้แจ้งกับทนายเมื่อเวลา ๑๑.๓๐ น. 
ว่าอนุญาตให้เลื่อนได้ ตกลงกันเป็นวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ทนายความจึงเดินทางกลับ  

แต่ราว ๑๓.๓๐ น. ทางพนักงานสอบสวนกลับโทรศัพท์แจ้งมาใหม่
ว่า ไม่อนุญาตให้เลื่อนและขอออกหมายจับ 

โดยไม่มีการให้แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจหรือหน่วยงานกลางอื่นใด มาตรวจอาการของพระเทพญาณมหามุนีเลยว่าป่วยจริงหรือไม่



ถามว่า ดีเอสไอรู้ได้อย่างไรว่าหลวงพ่ออาพาธจริงหรือไม่ ดีเอสไออ้างว่าเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ท่านยังร่วมพิธีได้ แต่ในใบรับรองแพทย์ก็ระบุชัดว่าท่านมีอาการป่วยเฉียบพลัน เหตุผลของดีเอสไอฟังไม่ขึ้นเลย สุดท้ายศาลก็สั่งไม่อนุญาตออกหมายจับ
ทำไมดีเอสไอจึงเข้มงวดกับพระผู้ใหญ่ที่ทำความดีตลอดชีวิตอย่างนี้ ท่านอาพาธอยู่ที่วัดตลอดทั้งปีไม่เคยออกจากวัดเลยแม้แต่ก้าวเดียว มาพบท่านที่วัดได้ทุกเมื่อ ทำไมต้องออกหมายจับ ท่านป่วยเป็นเส้นเลือดดำใหญ่ที่ขาซ้ายอุดตัน ขาข้างซ้ายใหญ่กว่าขาข้างขวา ๒ เท่าตัว เป็นเบาหวานมีแผลเรื้อรัง และเป็นโรคภูมิแพ้รุนแรง ดีเอสไอก็เคยเห็นกับตาตัวเอง เมื่อมาพบท่านที่วัดคราวก่อนแล้ว ทำไมจึงมาพบท่านที่วัดไม่ได้
ทำไมพนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงเปลี่ยนคำพูด ? ตอนแรกบอกว่าให้เลื่อน แล้วกลับเปลี่ยนเป็นไม่ให้เลื่อนแต่ขอออกหมายจับ

ศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนีหลายล้านคนทั่วโลกสะเทือนใจมาก