วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หลวงพ่อธัมมชโย ถูกวางยาพิษ!!!

ดิฉันขอเป็นพยานว่าหลวงพ่อโดนยาพิษค่ะ

ช่วงทีหลวงพ่อธัมมชโยป่วย ปี 2542  ดิฉันเป็นคนพาหมอแมะไปรักษาท่าน 
ตอนนั้นท่านป่วยด้วยหลอดเสียงอักเสบบวม  และปอดร้อน (คือตามแพทย์จีน ร้อนคืออักเสบ )
  แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมเชื่อว่าท่านป่วยจริง ทางวัดเลยตัดสินใจ
ให้ท่านไปตรวจที่ รพ.แห่งหนึ่งเพื่อพิสูจน์ว่าท่านป่วยจริง
 เข้า รพ. ก็มีสิ่งผิดปกติ จึงรีบพาท่านกลับวัดวันนั้น  
กลับวัดคืนนั้น ท่านอาเจียนเป็นเลือดหลายครั้ง เป็นกระโถนเลย

 เช้ารุ่งขึ้น ผู้ประสานงานที่วัด (สมมุติชื่อ b ) ได้โทรมาหาดิฉันตอนตี 5 
b บอกว่า   พี่ เมื่อคืนหลวงพ่ออาเจียนเป็นเลือดเต็มกระโถนเลย 
ดิฉันตกใจว่า ทำไม ไม่โทรมาตั้งแต่เมื่อคืน จะได้รีบพาหมอไป  
b บอกว่า หลวงพ่อเกรงใจ

 ดูน้ำใจที่มีเมตตาและคุณธรรมในตัวของหลวงพ่อสิคะ  
ขนาดท่านป่วยหนัก มาก ท่านยังเกรงใจ ทั้งๆที่ดิฉันก็เข้าวัดมานาน 
ท่านก็ทราบว่า ดิฉันเคารพศรัทธาในตัวท่านมาก 
ถ้ารู้ว่าท่านป่วยดึกดื่นแค่ไหนก็จะไปเอายามาถวายท่าน 
แต่ท่านก็ยังเกรงใจลูกศิษย์

  เช้านั้นหมอแมะแล้ว ก็พูดอย่างมั่นใจว่า ไม่เป็นไร 
หมอมีสูตรยาจีนของอาจารย์ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน  
ทานห่อเดียวสามารถหยุดเลือดได้ทันที หลังจากหลวงพ่อฉันยา 
และไม่อาเจียนเป็นเลือดแล้ว 

การรักษาต่อมา  ทุกเช้าจะถามหลวงพ่อว่า ถ่ายสีอะไร  เมื่อวานนี้ถ่ายกี่ครั้ง
(ท่านจะถ่ายเป็นสีดำ และถ่ายวันละหลายๆครั้ง ) 
และถามท่านว่า ยิ่งถ่ายก็ยิ่งรู้สึกสบายใช่ไหม ท่านว่าใช่

  หมอบอกว่า หลวงพ่อโดนพิษ  
ยาที่ให้ท่านมาหลายวัน  คือยาขับพิษ 

ท่านยิ่งถ่ายก็ยิ่งรู้สึกดีขึ้น   (ซึ่งปกติคนยิ่งถ่ายวันละหลายครั้งติดต่อหลายวันก็ต้องเพลียหรือไม่สบาย)
***  หลังจากนั้น หมอได้นำเสมหะของหลวงพ่อฝากเพื่อนที่จะไปเมืองจีน 
ส่งให้เพื่อนหมอที่รพ.ใหญ่ของจีนตรวจวิเคราะห์   ผลคือแพทย์ที่นั่นบอกมาว่า  หมอไทยให้สารชนิดนี้กับคนไข้ได้อย่างไร เพราะจะทำให้เลือดออกจากอวัยวะภายใน ตายได้

***      สิ่งที่ผิดสังเกต คือ น้ำเกลือ      ***
เพราะตอนอยู่รพ.  หลวงพ่อต้องรอถุงน้ำเกลือ 
นานกว่า 3 ชั่วโมง   แปลกไหมคะ
หลังจากนั้นก็รักษาท่านที่วัด  แต่ สิ่งที่ท่านมักบอกหมอหลายๆครั้งว่า 
ท่านปวดสะโพกแถวๆต้นขา  ซึ่งท่านเริ่มมีอาการนี้หลังกลับจาก รพ. สักพัก
 ซึ่ง คาดว่า  นี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นเลือดดำอุดตันที่ขาท่าน
   LW ลูกหลวงพ่อ 2528
หมายเหตุ  แพทย์แผนปัจจุบัน ได้ให้ความเเห็นกรณีนี้ว่า การให้สารต่างๆทางสายน้ำเกลือจะเข้าสู่กระแสเลือดทันทีและส่งผลต่ออวัยวะต่างๆอย่างรวดเร็ว

    ภาวะเลือดออกจากอวัยวะภายในพบได้ในคนที่มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือ "ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด"

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

แฉ ความแปลก ที่เกิดขึ้นกับคดีหลวงพ่อ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลวงพ่อที่ผ่านมาเร็วๆนี้ ที่ทุกคนต้องรู้เท่าทัน

ห่วงเรื่อง DSI ทำผิดขั้นตอนดีกว่า ทำไม...

- คดีใหม่นี้ (คดี 27/2559) ที่ทาง DSI ใช้อำนาจตั้งคดีขึ้นมาเอง 
(โดยมีคนที่ฟ้องคือคนที่เคยฟ้องคดี 63 ฉ้อโกงกับคุณาศุภชัยซะด้วย!)
โดยใช้มูลจากคดีเก่า (146/2556) ทั้งที่คดีเนี้ยย..ยังอยู่ในขั้นตอนสอบสวนของอัยการ..

งงใช่มะ ?

เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง...

เพราะว่าคดีที่ 146/2556 มันเป็นคดีที่ไม่สามารถออกหมายเรียก หรือหมายจับกับ พระธัมมชโยได้

เพราะคดีนั้นทางวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโยเป็นเพียงพยาน.. 

มันยังขาดหลักฐานที่ระบุเจตตนาว่าสมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน รับของโจร (ซึ่งก็คงหาไม่ได้ในไปจนโลกอวสานนั่นแหละ เพราะพระไม่ได้ผิด)

... ทางอัยการจึงให้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม หากมีข้อมูลเพิ่มเติมแล้วชี้ว่าเจ้าอาวาสมีส่วนร่วมจริง นั้นจึงจะสามารถออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องหาในคดี 146/2556 ได้

แต่!!!

แทนที่ DSI จะไปหาหลักฐานเพิ่มมาเสริมให้คดี 146/2559 
...DSI ไม่ทำ!! 
(เพราะรู้ว่าทำไม่ได้ เพราะพระบริสุทธิ์จริง! ช่องทางการเงินทุกบาท ทุกสตางค์ชัดเจนตรวจสอบได้ 200% ทำยังไงก็ออกหมายเรียกไม่ได้!)

DSI จึงเลือกที่จะใช้อำนาจเปิดคดีใหม่และตั้งข้อหาให้พระเป็นผู้ต้องหาทันที! 

ข้อหานี้เรียกพระออกมาได้แน่นอน...

คืออออออออ?

โชคดีที่กฏหมายระบุชัดว่า 'กรรม ๆ เดียวจะฟ้องซ้ำไม่ได้' 

ทั้งหมดทั้งมวลจึงได้มาซึ่งขั้นตอนที่ไม่เป็นธรรมที่ DSI กระทำ...

รายละเอียดยังมีมากกว่านั้น ตรงนี้ต้องใช้วิจารณญานกันเองนะ..หึหึ

ทำไม DSI กลับคำเป็นว่าเล่น??

วันที่ 8 เมษาคือนัดแรกที่ DSI เรียกพระธัมมชโย แต่วัดพระธรรมกายขอเลื่อนนัดเป็น พฤษภา เนื่องจากกระชั้นชิดงานบุญในเดือนนั้นเกินไป

ทาง DSI ประชุมกันเสร็จบอกว่า

"ได้..เลื่อนได้" รับทราบทั่วกันว่าเลื่อนได้..

...ไม่กี่นาที กลับคำใหม่ บอก ..

"เลื่อนไม่ได้ให้แค่ 25 เมษา เลื่อนมากกว่านี้ไม่ได้ วันเดียวก็ไม่ได้" 

อะ! นี่ครั้งแรกนะ.. แถมยังบอกทนายวัดมาอีกว่า ... "คุณก็รู้ตอนนี้ DSI โดนบี้แค่ไหน"

??? ใครบี้เหรอ ???

ทำไมคณะ DSI ที่เป็นตาชั่งแห่งความยุติธรรมถึงพูดแบบนี้?

'มีมืดในเงามืดคอย จี้ บี้ ก้น DSI อยู่หรือ ?

แบบนี้เรื่องมันไปโป๊ะเช้ะกับเหตุการณ์ 'ห้องกระจก' ที่เจ้าคุณเบอร์ลินแฉไว้ไหม มันเป็นไปได้ไหม?

อะ พอมารอบ 2 (วันที่ 25) ทนายวัดไปแจ้งว่าหลวงพ่ออาพาธหนักหลังพิธี 22 เมษา

แพทย์ประจำตัว 4 คน ลงความเห็น
'งดปฏิบัติศาสนกิจ 15 วัน' เอาเรื่องไปยื่น DSI แรกเริ่มทาง DSI ประชุมเสร็จ..แจ้งกลับมาที่ทนายว่า...

"ได้"

โอเค ทนายวัดเดินทางกลับ

แต่...

พอหลังจากนั้น 2 ชั่วโมง DSI โทรมามาแจ้งใหม่ เป็น ..

"ไม่ได้ ต้องออกหมายจับ"

คืออออออ?

คำถาม???

'เวลา 2 ชั่วโมงที่หายไป DSI โดนใครบี้???' (อีกแล้ว)

ลอง ปะ-ติด-ปะ-ต่อ ดูแล้วมันเหมือนกับว่า..ที่ DSI เพิ่มคดีใหม่ขึ้นมา (? ? มีคนสั่งให้ทำ..? ?)

" เ พ ร า ะ ต้ อ ง ก า ร ใ ห้ ห ล ว ง 
พ่ อ . . . อ อ ก ม า น อ ก วั ด ใ ช่ ห รื อ 
ไ ม่ ? ? ? "

ในเมื่อต้นทางของคดีมันมีที่มาที่ไปที่น่าสงสัยขนาดนี้ DSI ..คุณอย่าหวังว่าลูกศิษย์เป็นแสน ๆ คนจะให้ท่านออกไปเลยครับ

' ไ ม่ มี ท า ง ! ! ! '

ที่พระป่วยอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะอะไรล่ะ!! ใครวางยาท่านล่ะ!! สอดอะไรไปในคอท่านล่ะ

คิดได้ก็คิด

คิดไม่ได้ก็โง่ต่อไป!!!!!

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

วัดพระธรรมกายปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

หลวงพ่อธัมมชโยทำความดีมาตลอดกว่า 50 ปี ด้วยใจบริสุทธิ์
กรณีมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี(หลวงพ่อธัมมชโย) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร วัดพระธรรมกายขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ตัวตนพระเทพญาณมหามุนี
พระเทพญาณมหามุนี  (หลวงพ่อธัมมชโย)   เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย  ปัจจุบันอายุ  72  ปี  ท่านเริ่มศึกษาธรรมะเมื่อปี  2506  ขณะเรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  โดยได้ไปปฏิบัติสมาธิภาวนากับคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์  ขนนกยูง  ศิษย์เอกของหลวงพ่อสด  วัดปากน้ำภาษีเจริญ



            เมื่อจบสวนกุหลาบ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์   มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ท่านเป็นผู้รักการปฏิบัติธรรมมาก  ไปปฏิบัติกับคุณยายอาจารย์ทุกวัน  ไม่เว้นเลยแม้แต่วันสอบไล่ปลายภาค
            เมื่อสำเร็จการศึกษาในปี  2512  จึงได้ตัดสินใจอุปสมบทตลอดชีวิต  เมื่อบวชได้เพียง  1 พรรษา  คุณหญิงประหยัด  แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี  มีจิตศรัทธาถวายที่ดินจำนวน  196  ไร่  ที่ตำบลคลองสาม  อำเภอคลองหลวง  จังหวัดปทุมธานี    หลวงพ่อธัมมชโยจึงได้นำหมู่คณะเริ่มบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่วันมาฆบูชา  ปี 2513 
วัดได้เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ  มีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมในวันสำคัญคราวละหลายหมื่นคน   จนพื้นที่ไม่พอรองรับ  ญาติโยมจึงได้รวบรวมปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่ม  ขยายมาเป็น 2,500 ไร่ ในปัจจุบัน

หลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพระเทพญาณมหามุนี
คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้  ทั้งทางดีทางร้าย  สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือการกระทำ  โดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า 50 ปี
เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ พระเทพญาณมหามุนีเป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน นั้นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน แต่ไม่อาจกล่าวหาว่าท่านมีเจตนาไม่สุจริต  เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต  ทำเพื่อหวังลาภสักการะ  จะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ  และก็ทำไม่ได้  ไม่ว่าจะเป็น


- การสร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ 1 ล้านคน  เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต  เจดีย์ วิหาร  ศาลา ศาสนสถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่สร้างขึ้นมาก็จะเป็นสมบัติของประเทศชาติและพระพุทธศาสนา  โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว 

- การสร้างพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา  ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนากว่า 4,000 รูป / คน ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วม คนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบๆปี ใครนิสัยเป็นอย่างไรก็จะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้  ชีวิตของใครใครก็รัก  จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น
เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้งทำได้ เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง
อุทิศตนช่วยเหลือสังคมมาตลอด
พระเทพญาณมหามุนีได้บริจาคเพื่อสาธารณะกุศลรวมมูลค่านับหมื่นล้านบาท อาทิ

-      ทอดผ้าป่าถวายคณะสงฆ์ 323 วัด ใน 4 จังหวัดภาคใต้เป็นประจำทุกเดือนมา 12 ปีแล้ว

-      ตั้งกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้เป็นประจำทุกเดือนกว่า 30,000 กองทุน

-      สนับสนุนอัฐบริขารและภัตตาหารแก่โครงการอุปสมบทหมู่ 100,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยเป็นประจำทุกปีๆละ 2 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหาวัดร้างและโครงการบรรพชาสามเณร 1 ล้านรูปเพื่อฟื้นฟูศีลธรรมแก่เยาวชนของชาติ


-      ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม พายุ สึนามิ

ถาม ตอบ กรณีคดีสหกรณ์

คำถาม - คำตอบเรื่องสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
๑.วัดพระธรรมกายมีส่วนเกี่ยวข้อง  ในกรณียักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ของนายศุภชัย ศรีศุภอักษรหรือไม่
ตอบ  วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกรณียักยอกเงินดังกล่าว 
เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ทางวัดได้สอบถามนายศุภชัยว่า เงินที่นำมาทำบุญมาจากไหน ได้รับคำตอบว่า กู้ยืมมาจากสหกรณ์ฯคลองจั่น และได้คืนแล้ว  
๒. ยอดเงินบริจาคมากถึงหลายร้อยล้านบาท ทำไมถึงไม่สงสัยบ้าง
ตอบ  นายศุภชัย ไม่ใช่ผู้ทำบุญมากที่สุดของวัด ยังมีผู้ทำบุญมากกว่านายศุภชัยอีกหลายท่าน ดังนั้น เมื่อเจ้าตัวมาทำบุญจำนวนมากและบอกว่าทำธุรกิจ ทำเหมืองหลายอย่าง  ได้ผลกำไรดีมากจึงมาทำบุญ ทางวัดจึงไม่ได้สงสัยอะไร
๓. พระเทพญาณมหามุนี และวัดพระธรรมกายนำเงินทำบุญนี้ไปทำอะไร
ตอบ     นำไปใช้ก่อสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาค เนื่องจากมีประชาชนมาปฏิบัติธรรมที่วัดจำนวนมาก คราวละนับล้านคนในงานบุญใหญ่  จึงจำเป็นต้องมีศาสนสถานขนาดใหญ่รองรับ
๔. เพราะเหตุผลใด ทางวัดพระธรรมกายจึงคืนเงินบริจาค จำนวน ๖๘๔ ล้านบาทให้แก่ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ?
ตอบ  ทางวัดได้รับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต  และนำเงินบริจาคไปสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาคหมดแล้ว ทางวัดไม่สามารถนำเงินของผู้บริจาครายอื่นในวัตถุประสงค์อื่นมาคืนให้แก่สหกรณ์ฯได้
เมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น ทางคณะศิษย์ของวัดพระธรรมกายเห็นว่า  หากมีการต่อสู้คดีกันต่อไปก็จะกินเวลานาน และเกิดความเสียหายทั้งต่อชื่อเสียงของวัด พระเทพญาณมหามุนีและต่อประชาชนผู้ฝากเงินที่เดือดร้อน  จึงได้ตั้งกองทุนรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนแก่สมาชิกผู้ฝากเงินสหกรณ์ เต็มจำนวนที่นายศุภชัยบริจาคให้วัดและพระเทพญาณมหามุนี
๕. ขณะนี้ปัญหากับทางสหกรณ์ฯเป็นอย่างไรบ้าง
ตอบ    ทางสหกรณ์ฯได้มีหนังสือขอบคุณมายังคณะศิษย์วัดพระธรรมกาย  ที่มีน้ำใจตั้งกองทุนช่วยเหลือเยียวยาแก่ทางสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ที่เดือดร้อนครบจำนวน  ทั้งที่ตามกฎหมายเมื่อเป็นการรับบริจาคโดยเปิดเผยและสุจริต  และนำเงินไปก่อสร้างศาสนสถานซึ่งเป็นประโยชน์สาธารณะตามเจตนาของผู้บริจาค  ถือเป็นเรื่องไม่ผิดกฎหมาย 
ดังตัวอย่างที่คุณศุภชัยก็ได้นำเงินไปบริจาคให้แก่วัดและโรงเรียนอื่นๆ  อีกหลายแห่ง  ซึ่งก็ไม่ต้องคืนเงินแต่ประการใด
๖. ประชาชนทั่วไปมีการออกความเห็นว่าการบริจาค เงินให้แก่วัด ควรมีวิธีการที่โปร่งใสและเปิดเผย  มากกว่านี้ โดยควรระบุแหล่งที่มาของเงินนั้นๆ ด้วยในการบริจาค ทางวัดพระธรรมกายเห็นด้วยกับความคิดเห็นดังกล่าวนี้หรือไม่ อย่างไร ?
ตอบ   วัดหรือมูลนิธิหรือองค์กรสังคมสงเคราะห์ต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคการจะไปถามผู้บริจาคว่าเอาเงินจากไหน ในเชิงปฏิบัติจริงทำได้ยาก  เพราะจะเป็นการเสียมารยาทมาก เหมือนไปดูถูกผู้บริจาค

แต่ทางวัดเห็นด้วยกับหลักการความโปร่งใสในการบริจาคทาน โดยขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิดหาวิธีการที่ปฏิบัติได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

May day! May day! นี่เหรอเมืองพุทธ!


"การยินยอมทำตามเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เอาท่านไปตรวจอย่างไรไม่ทราบ เอาอะไรสอดเข้าไปในคอท่าน ใส่อะไรไปก็ไม่ทราบ กลับวัดมา ท่านก็อาเจียนเป็นเลือดเต็มอ่างล้างหน้า พูดไม่มีเสียงถึง 7 เดือน โรคต่างๆก็กำเริบ  แข้งขาก็บวม น้ำตาลเบาหวาน มาหมด จากหลวงพ่อที่แข็งแรง ก็กลายเป็นพระผู้เฒ่าที่โดนแดดโดนลมไม่ได้ หนาวสะท้าน อากาศแบบไหนก็ต้องห่มผ้า ห่อตัวตลอด "



May  day!  May  day!  นี่เหรอเมืองพุทธ!

อาตมา.  บวชมา 30 กว่าปี มาบวชตั้งแต่ถนนเป็นดิน มีแต่ท้องนา พระทั้งวัดมีแค่ สิบกว่าองค์อยู่เรียนรู้คำสอนพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยความรักเคารพ ผ่านทางครูผู้สอน หนังสือคัมภีร์  พระไตรปิฎก ทบไปทวนมา ความเข้าใจในระดับคนทั่วไปมันก็รู้สึกไม่เหมือนเดิมในทุกปี เหมือนนักวิทยาศาตร์ที่ทดลองวัดผล ค้นคว้า มันก็ยิ่งมีความรู้ ความเชื่อในสิ่งที่กำลังทำมากขึ้น

สมาธิ ก็เช่นเดียวกัน ตั้งแต่บวชวันแรกก็เริ่มรู้จักการเจริญสมาธิ ภาวนา ได้อาศัยครูบาอาจารย์ ช่วยขัดเกลา  อบรมสั่งสอน ประคับประคอง  
  แม้ว่าสมาธิ จะเป็นเรื่องส่วนตัว ใครทำใครรู้ ใครทำใครได้ แต่ก็ต้องอาศัยการเรียนแนะนำจากครู อาจารย์  ถ้าใครบุญดี ก็จะพบเจออาจารย์ที่เราถูกจริต สามารถชี้แนะเราได้ ยอมตนเป็นศิษย์ อย่างหมดใจ เพราะท่านชี้ทางสว่างของชีวิตให้  

การอยู่ในวัดเดียวกัน กับครูอาจารย์ที่คอยเคี่ยวเข็ญ เราก็มองดูท่านเป็นแบบอย่าง ปฏิบัติตามที่ท่านทำที่ท่านสอน ศิษย์ของท่านมากมาย ท่านจึงอยู่ในสายตาของศิษย์ เกือบตลอดเวลา

วัดก็ขยายไปเรื่อยๆ คนก็มากขึ้นเรื่อยๆ เวลาของท่านที่ต้องแบ่งให้กับศิษย์ก็ต้องถูกแบ่งไปเรื่อยๆ   แต่เราก็ไม่เคยเห็นว่าข้อวัตรปฏิบัติของท่านจะลดลง กลับมุ่งเน้นเรื่องกรรมฐาน ธรรมปฏิบัติยิ่งๆขึ้น  

ท่านสร้างวัดนี้ วัดก็ขยายไปเจริญเติบโตไป  วันหนึ่งมีคนมาบอกว่าท่านโกงวัด  พวกเราก็เริ่มงง ว่าทั้งชีวิตหลวงพ่อสร้างวัด สร้างคน ทำนุบำรุงพระศาสนามาตลอด ตอนนี้โดนแกล้งด้วยคำว่า โกงวัด   ศิษย์ทั้งหมดก็แค่ขำๆกับคำกล่าวหาว่าไร้สาระ  

คนทำงานมาทั้งชีวิต สร้างบ้านเรือน ให้ลูกหลาน กลับโดยข้อหาโกงบ้าน  มีที่ไหน.งง

แต่ไร้สาระกลับไม่ไร้สาระ เพราะสิ่งที่เค้าว่าเป็นการเริ่มต้น การกลั่นแกล้งหลวงพ่อ ทำคดีความขึ้นโรงขึ้นศาล เอาหน่วยงานรัฐมาพาหลวงพ่อไป พวกเราเชื่อมั่นในความดี ก็คิดว่าคนอื่นเค้าคงเห็นความดีของครูเราบ้าง 

แต่กลับเป็นว่า การยินยอมทำตามเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เอาท่านไปตรวจอย่างไรไม่ทราบ เอาอะไรสอดเข้าไปในคอท่าน ใส่อะไรไปก็ไม่ทราบ กลับวัดมา ท่านก็อาเจียนเป็นเลือดเต็มอ่างล้างหน้า พูดไม่มีเสียงถึงเจ็ดเดือน โรคต่างๆก็กำเริบ  แข้งขาก็บวม น้ำตาลเบาหวาน มาหมด จากหลวงพ่อที่แข็งแรง ก็กลายเป็นพระผู้เฒ่าที่โดนแดดโดนลมไม่ได้ หนาวสะท้าน อากาศแบบไหนก็ต้องห่มผ้า ห่อตัวตลอด 

แม้กระนั้น ท่านก็ให้ความร่วมมือกับภาครัฐทุกอย่าง ไปขึ้นศาลนั่งฟังเรื่องราวทุกสัปดาห์  7 ปี ไม่เคยขาดเลย  
ผลออกมาก็คือ ไม่มีอะไร ไม่มีผิด  เลิกๆกันไป  ก็ง่ายดี

ผ่านมา 17 ปี พวกเราก็เรียนรู้ได้ว่า 
หลวงพ่อเราก็เป็นแค่เหยื่อ   
เหยื่อของเรื่องราวทางการเมือง 
เอาวัด  เอาหลวงพ่อเราประวิงเวลา 
เบี่ยงเบนความสนใจ  หรือแค่ขายข่าว 

มาวันนี้วัฏฏจักรก็หมุนมาทับรอบเดิม  มาแนวเดิม จะมาพาหลวงพ่อไปอีก เรื่องก็เดิมๆ ไม่มีมุขใหม่ 

คราวนี้เราก็รู้แก่ใจว่า ถ้าหลวงพ่อเรายอมไปคราวนี้ คงไม่มีคราวหน้า ไม่มีวัด ไม่มีพวกเรา เพราะจะไม่เหลือหลวงพ่อของเรากลับมา  

ครั้งนี้จึงเป็นไงเป็นกัน เราไม่ได้เป็นเด็กดื้อ ไม่ได้อยู่นอกกฏหมาย เพียงแต่เราหมดความหวังในความยุติธรรมประเทศไทย หมดความศรัทธาในหน่วยงานต่างๆของรัฐ 

เราก็แค่หวังลมๆแล้งๆไปวันๆว่า ประเทศนี้จะเข้าสู่ความศิวิไล เทียมนานาอารยประเทศในวันอันใกล้ พอที่จะพาลมหายใจเราไปถึง

อะไรจะเกิดก็คงเกิด เกิดมาชาตินึงขอแทนคุณพระศาสนาครูบาอาจารย์

จึงเรียนมาเพื่อทราบ ณ โอกาสนี้
วิโร

  May  day
  1 พค 59